Home » BLOG

Category Archives: BLOG

ป้ายกำกับ

3 ส่วนผสมสำคัญในอาหารญี่ปุ่นที่ช่วยให้ผิวพรรณงดงาม 3 เมนูนาเบะชื่อดังประจำฤดูหนาวของภูมิภาคโทโฮคุ ที่สายกินจุต้องลิสต์ไว้ เตรียมไปตระเวนชิมหม้อไฟคลายหนาวกับ JR East กัน! 5 สิ่งของควรทิ้ง ยิ่งเพิ่มโชคการเงิน 25 ปีสตาร์บัคส์เจแปน กฎและกติกาอย่างเป็นทางการของ “Suika-Wari” ขาดแคลนหิมะ บริษัทญี่ปุ่นส่ง “ภูเขาหิมะ” 10 ตัน 3 รถบรรทุก เป็นของขวัญให้เด็ก ๆ คนญี่ปุ่นบางส่วนชอบใช้ตะเกียบทานสปาเก็ตตี้ จริงหรือ?? ดอกหอมหมื่นลี้ สัญลักษณ์แห่งฤดูใบไม้ร่วงของญี่ปุ่น ดูพระอาทิตย์ขึ้นครั้งแรกแห่งปี 2020 เพื่อความเป็นสิริมงคลผ่านไอจีคนญี่ปุ่นกัน! ทายนิสัยจากกรุ๊ปเลือด แต่ละกรุ๊ปเลือกขนมแบบไหนเป็นรางวัลให้ตัวเอง ? ทำความรู้จัก “มีดทำครัวญี่ปุ่น” แต่ละชนิด พร้อมวิธีการเลือกใช้อย่างถูกต้อง ทำความเข้าใจซาลาริมังผ่านคลิปพิกเซลอาร์ต “ประวัติศาสตร์ 100 ปีการทำงานในญี่ปุ่น” ทำไมชาญี่ปุ่นถึงมีชื่อเรียกหลายชื่อทั้งที่มาจากใบชาเดียวกัน ธีมการแต่งงานข้ามสายพันธุ์ในนิทานญี่ปุ่น ปลายทางของปลาปักเป้าแห่งย่านชินเซไก ปลดแล้วไปไหน? มหาวิทยาลัยด้านเกษตรกรรมโทจิงิเปิดแล้วน่ะ มาอ่านคำทำนายฝันเกี่ยวกับแมวเหมียวฉบับคนญี่ปุ่นกันเถอะ ! รัฐมนตรีญี่ปุ่นยืนยันจัดวิ่งคบเพลิงโอลิมปิกตามกำหนด พร้อมเสนอแนวทางการป้องกันไวรัสโควิด-19 รู้หรือไม่? ญี่ปุ่นมีดอกซากุระที่บานในฤดูหนาวด้วย สาวญี่ปุ่นแฮปปี้แฟมิลี่มาร์ทลดราคาผ้าอนามัย หลากเรื่องจิปาถะในชีวิตประจำวันกับภูมิปัญญาของคนรุ่นคุณยายญี่ปุ่น (ตอนที่ 1) อยากกินเมล่อนไม่ว่าจะฤดูไหนต้องได้กิน! ที่ fruit cafe NiJi คาเฟ่กลางฟาร์มเมล่อน จ.ชิสุโอกะ อย่าทำให้น้องแมวโกรธ ไม่งั้นอาจเจอสีหน้าที่คุณทาสจะไม่มีวันลืม! เมื่อฉันถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าร้าน เพียงเพราะฉันไม่สามารถสวมหน้ากากอนามัยได้ แบบทดสอบสไตล์ญี่ปุ่น: ภาพที่คุณเห็นสามารถบอกถึงคนที่จะมาเป็นคู่ชีวิตของคุณได้ ไฟคบเพลิงโตเกียวโอลิมปิก 2020 เดินทางถึงประเทศญี่ปุ่นแล้ว “คุสุคิริ” ขนมญี่ปุ่นดั้งเดิมที่อยากชวนให้ลองในช่วงหน้าร้อน

ดอกหอมหมื่นลี้ สัญลักษณ์แห่งฤดูใบไม้ร่วงของญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นในฤดูใบไม้ร่วง ช่วงกลางวันจะสั้นกว่ากลางคืน อากาศเริ่มเย็นลง เสียงจิ้งหรีดสร้างชีวิตชีวาท่ามกลางความสงบในยามเช้าตรู่และยามค่ำคืน ในยามนี้หากเดินผ่านสวนสาธารณะเล็กใหญ่ก็มักจะได้กลิ่นหอมแรงคล้ายสบู่ จนอดใจไม่ได้ต้องเดินตามหาว่าต้นตอของความหอมนั้นมาจากที่ใด มารู้จักดอกไม้หนึ่งในสัญลักษณ์แห่งฤดูใบไม้ร่วงและวิธีการนำมารับประทานกันนะคะ

หอมหมื่นลี้ (คินโมะคุเซอิ)

หอมหมื่นลี้ หรือ คินโมะคุเซอิ (kinmokusei; 金木犀) หรือชื่อวิทยาศาสตร์ Osmanthus fragrans เป็นต้นไม้ที่มีดอกสีเหลืองหรือขาวขนาดเล็ก ออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่งหรือซอกใบ ลักษณะเด่นของดอกคินโมะคุเซอิ คือ ดอกมี 4 กลีบ ปลายกลีบงุ้มเข้าหากัน มีกลิ่มหอมแรงคล้ายสบู่ซึ่งส่งกลิ่นหอมตลอดทั้งวันทั้งคืนและหอมไกลในระยะรัศมีหลายกิโลเมตร

ดอกไม้ชนิดนี้ถูกนำเข้ามาในญี่ปุ่นจากเมืองจีนในตอนต้นของสมัยเอโดะ ในสมัยนั้นต้นไม้ชนิดนี้ถูกปลูกไว้ใกล้ห้องส้วมเพื่อให้ความหอมของดอกหอมหมื่นลี้ดับกลิ่นของห้องส้วม ในปัจจุบันคนญี่ปุ่นนิยมปลูกต้นไม้ชนิดนี้ไว้ตามสวนที่บ้าน สวนสาธารณะ ตลอดจนพื้นที่ที่มีอากาศสะอาด (ดอกไม้ชนิดนี้จะบานสวยงามเมื่อถูกปลูกในบริเวณที่มีอากาศและสิ่งแวดล้อมที่สะอาดเท่านั้น) ดอกจะบานในช่วงตั้งแต่เดือนกันยายนถึงกลางเดือนตุลาคม เมื่อได้กลิ่นหอมแรงเป็นเอกลักษณ์จากดอกคินโมะคุเซอิทำให้คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่คิดว่าฤดูใบไม้ร่วงได้เข้ามาเยือนแล้ว

การนำดอกคินโมะคุเซอิหรือหอมหมื่นลี้มาใช้ประโยชน์

ด้วยความหอมที่เป็นเอกลักษณ์ คนญี่ปุ่นนิยมนำดอกคินโมะคุเซอิสดมาลอยในน้ำเพื่อให้ความหอมแก่บ้านเรือน อีกทั้งนำมาใช้ทำแยม น้ำเชื่อมและเครื่องดื่มแอลกอฮฮล์ กลิ่นหอมจากดอกคินโมะคุเซอิสร้างความสุขง่ายๆ ต้อนรับฤดูใบไม้ร่วงได้ดี ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างวิธีทำน้ำเชื่อมจากดอกคินโมะคุเซอิ ค่ะ

 

แยมจากดอกคินโมะคุเซอิ

 

น้ำเชื่อมจากดอกคินโมะคุเซอิ

วิธีทำน้ำเชื่อมจากดอกคินโมะคุเซอิ

วัตถุดิบ

  • กลีบดอกหอมหมื่นลี้หรือคินโมะคุเซอิ 100 กรัม
  • น้ำตาลทรายขาว 600 กรัม
  • น้ำ 600 มิลลิลิตร
  • ไวน์จีน (KUEI HUA CHEN CHIEW, 桂花陳酒) 200 มิลลิลิตร

วิธีทำ

1. เก็บดอกหอมหมื่นลี้ หลีกเลี่ยงอย่าให้มีก้านดอกและสิ่งสกปรกปนมา นำมาล้างทำความสะอาดด้วยน้ำสลับกับไวน์จีน 2 ครั้ง และวางทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำประมาณ 30 นาที

 

2. ต้มส่วนผสมของน้ำและน้ำตาลในหม้อจนเดือดได้ที่ จากนั้นจึงเติมดอกหอมหมื่นลี้ที่วางไว้จนสะเด็ดน้ำลงไป ต้มต่อจนเดือดและจับเวลาประมาณ 5 นาทีแล้วจึงปิดไฟ ทั้งนี้ไม่ควรต้มเดือดนานเกินกว่า 5 นาทีเพราะจะทำให้กลิ่นหอมของดอกหอมหมื่นลี้หายไป

3. นำน้ำเชื่อมบรรจุขวดที่ผ่านการล้างและทำการฆ่าเชื้อโดยการต้มในขณะที่น้ำเชื่อมยังคงร้อน ปิดฝา วางไว้ให้เย็นและเก็บใส่ตู้เย็น โดยสามารถเก็บน้ำเชื่อมได้นานถึง 3 เดือน และหากเปิดขวดแล้วควรรับประทานน้ำเชื่อมให้หมดภายใน 1 อาทิตย์

4. วิธีนำน้ำเชื่อมดอกหอมหมื่นลี้มารับประทานทำได้ทั้งนำมาเป็นส่วนผสมทำเค้ก ใช้ราดหน้าแพนเค้ก เติมเป็นส่วนผสมของน้ำชาและรับประทานกับโยเกิร์ต เป็นต้น น้ำเชื่อมจะมีกลิ่นหอมและจะหอมมากขึ้นเมื่อเคี้ยวโดนกลีบดอก

 

ได้รู้จักดอกคินโมะคุเซอิหรือหอมหมื่นลี้แล้ว ก็ทำให้อดทึ่งไม่ได้ว่าคนญี่ปุ่นและคนจีนมีวิธีการนำดอกไม้เล็กๆ กลิ่นหอมมาใช้สร้างบรรยากาศต้อนรับบรรยากาศของฤดูใบไม้ร่วงได้เก่งจริงๆ หากมาญี่ปุ่นในช่วงนี้อย่าลืมดื่มด่ำกับกลิ่นหอมของดอกคินโมะคุเซอินะคะ

UFABET เว็บตรง

“คุสุคิริ” ขนมญี่ปุ่นดั้งเดิมที่อยากชวนให้ลองในช่วงหน้าร้อน

อากาศที่ร้อนอบอ้าวของญี่ปุ่นหลังเข้าสู่หน้าร้อนอย่างเต็มตัว ทำให้หลายๆ คนอยากทานของหวานที่ช่วยเพิ่มความสดชื่นและกระชุ่มกระชวยในระหว่างวัน เมื่อนึกถึงหน้าร้อนญี่ปุ่นแล้วก็นึกถึงขนมชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเป็นเส้นใส เน้นเสิร์ฟเย็นๆ ช่วยดับร้อนได้เป็นอย่างดี ขนมชนิดนี้เรียกว่า “คุสุคิริ” มารู้จักกับขนมดับร้อนชนิดนี้และวิธีทำเองแบบง่ายๆ กันค่ะ

คุสุคิริ คืออะไร?

“คุสุคิริ (葛切り)” เป็นขนมญี่ปุ่นดั้งเดิมที่มีมาตั้งแต่กลางสมัยเอโดะโดยมีต้นกำเนิดจากจังหวัดเกียวโต ทำจากแป้งคุสุ หรือแป้งเท้ายายม่อมญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นมักจะนิยมรับประทานคุสุคิริในช่วงหน้าร้อนเพื่อดับร้อน ปัจจุบันขนมคุสุคิริเป็นที่แพร่หลายและหาพบได้ทั่วไปในญี่ปุ่นทั้งฝั่งคันโตและคันไซ เพียงแต่จะมีลักษณะและวิธีการทานแตกต่างกัน โดยทางฝั่งคันโตนิยมทานคุสุคิริโดยผสมซอสที่มีส่วนผสมน้ำส้มสายชู โชยุ และเหล้ามิริน ส่วนทางฝั่งคันไซมักจะทานโดยราดน้ำเชื่อมคุโรมิตสุ

วิธีทำคุสุคิริ (สำหรับ 2 ที่)

ส่วนผสม

  • แป้งคุสุ 50 กรัม
  • น้ำ 150 มล.
  • น้ำร้อน พอประมาณ
  • น้ำแข็ง พอประมาณ
  • น้ำเชื่อมคุโรมิตสุ 2 ช้อนโต๊ะ
แป้งคุสุ

วิธีทำ

1. กรองแป้งคุสุโดยบี้ผ่านตะแกรงให้ละเอียดลงในโถ

2. ผสมน้ำ คนผสมให้เข้ากันดี จากนั้นจึงนำมาผ่านการกรองอีกครั้ง

3. รินลงถาดที่ที่มีขนาดลึก 5 มล.

4. ตั้งน้ำร้อนในกระทะให้เดือด จากนั้นนำถาดที่เราผสมในขั้นตอนที่ 3 ลงไปอังเหนือน้ำร้อน

5. เมื่อขนมเซตตัวแข็ง ให้แช่เนื้อลงไปในน้ำร้อนให้ท่วม

 

6. แช่น้ำร้อนจนกว่าจะตัวขนมจะใส ก็ยกถาดออกจากน้ำร้อนแล้วแช่ในน้ำผสมน้ำแข็งทันที

7. จากนั้นเลาะขนมออกจากถาดในขณะอยู่ในน้ำที่ผสมน้ำแข็ง แล้วนำมาหั่นบนเขียงไม่ที่เปียกน้ำเป็นเส้น

8. จัดใส่ภาชนะ ราดน้ำเชื่อมคุโระมิตสุพร้อมรับประทาน

รสสัมผัสของคุสุคิริเส้นใสแวววาวมีความเหนียวนุ่มกำลังดี และมีเอกลักษณ์พิเศษที่ไม่เหมือนขนมชนิดอื่นๆ ผสมกลมกล่อมกับซอส การรับประทานเย็นๆ แบบสดใหม่จะเพิ่มอรรถรสได้ดียิ่งขึ้น หากใครสนใจอยากลองทานคุสุคิริในช่วงหน้าร้อนญี่ปุ่นแบบนี้ ลองไปทำตามกันดูได้เลยค่ะ

สล๊อตเว็บตรงแตกง่าย

แบบทดสอบสไตล์ญี่ปุ่น: ภาพที่คุณเห็นสามารถบอกถึงคนที่จะมาเป็นคู่ชีวิตของคุณได้

ทำไมแค่ภาพหนึ่งภาพถึงสามารถสะท้อนคู่ชีวิตของเราได้? ในทางจิตวิทยาเชิงลึก ภาพเงาที่เรามองเห็นเหมือนรูปร่างต่างๆ เป็นสิ่งที่สะท้อนจินตนาการของตัวเราออกมาได้ และในแบบทดสอบนี้ รูปร่างที่คุณจินตนาการและมองเห็นนั้นมีความเกี่ยวข้องต่อความรักที่คุณอยากเป็น มาดุกันว่าภาพที่คุณเห็นในแบบทดสอบนี้จะบอกถึงถึงคู่ชีวิตของคุณว่าอย่างไรบ้าง

คุณมองเห็นภาพอะไร​?

 

A: แตงโม B: ชีส C: พิซซ่า D: เค้ก

ผู้อ่านเห็นภาพเป็นรูปอะไรคะ ไปดูความหมายของภาพที่เราเห็นกัน

A: แตงโม

“คู่ชีวิตของคุณคือ … คนที่มีความรับผิดชอบ”

คู่ชีวิตของคุณเป็นคนประเภทที่มีความรับผิดชอบและรักษาสัญญาได้ดี เป็นคนที่อ่อนโยน จริงใจ และรอบคอบในทุกการกระทำ โดยพื้นฐานแล้วคุณเป็นคนประเภทที่คิดก่อนทำ ดังนั้นเมื่อได้คู่ที่มีการจัดการที่ดี รับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนจะทำให้คุณสบายใจ ในทางกลับกัน คนที่ขาดความรับผิดชอบและไม่สามารถรักษาสัญญามักจะไปด้วยกันได้ไม่ค่อยดีกับคุณ หากต้องข้องเกี่ยวกับคนที่ทำอะไรโดยไม่คิดไตร่ตรองให้ดีก่อน ก็อาจจะทำให้คุณต้องคอยเป็นห่วงและไม่สบายใจได้

B: ชีส

“คู่ชีวิตของคุณคือ … คนฉลาด”

คู่ชีวิตของคุณเป็นคนประเภทที่ฉลาด คิดอะไรอย่างรวดเร็ว มีกิริยามารยาทที่สง่างาม เป็นคนที่ดีและมีความทันสมัย ตัวคุณเองก็มีความคล้ายคลึงกับเขาคนนั้น ตรงที่คุณเป็นคนสุภาพและฉลาด ดังนั้น เมื่อเวลาคุณอยู่กับเขา คุณจะรู้สึกถึงความสมบูรณ์แบบและความสบายใจ ในทางกลับกัน คนประเภทที่เงียบขรึมและน่าเบื่อ ไม่สะอาด และขาดเซ้นส์ในด้านความสวยงามหรือขาดสุนทรียภาพมักจะเข้ากับคุณไม่ได้

C: พิซซ่า

“คู่ชีวิตของคุณคือ … คนคิดบวก”

 

คู่ชีวิตของคุณเป็นคนใจเย็น คิดบวก ไม่หวั่นไหวง่ายๆ เป็นคนที่ใช้คำพูดเชิงบวกในการแสดงความคิดเห็น คุณเป็นคนที่ละเอียดอ่อนและอ่อนไหวแต่ไม่แสดงออก แต่เมื่อมาพบเขาที่มีความคิดในแง่ดี คุณจะได้คู่ชีวิตที่มีความเห็นอกเห็นใจและทำให้คุณสบายใจ ในทางกลับกัน คนที่เย็นชา สนใจเพียงเรื่องของตัวเองมักจะเข้ากับคุณไม่ได้

D: เค้ก

“คู่ชีวิตของคุณคือ … คนที่อดทน”

คู่ชีวิตของคุณคือคนที่ยืดหยุ่น ใจกว้าง หรือคนที่ยอมรับความรู้สึกของอีกฝ่ายได้ดี สามารถรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและเหมาะสม คุณเป็นคนประเภทที่แสดงความชอบและความรู้สึกของตัวเองออกมาอย่างชัดเจน คุณจึงรู้สึกผ่อนคลายถ้าได้อยู่กับคนใจกว้างแบบเขา ในทางกลับกัน คนประเภทที่ใส่ใจในรายละเอียดมากจนเกินไป ดื้อรั้น และไม่ยืดหยุ่นมักจะเข้ากับคุณได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่

แล้วเราจะหาคู่ชีวิตตามคำทำนายข้างต้นได้อย่างไร คำทำนายได้พูดถึงวิธีคิดที่เข้ากันของคนสองคนซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญในความสัมพันธ์ แต่กระนั้นการปรับตัวให้เหมาะสมกับคู่ของเราและเคารพในความแตกต่างของกันและกัน โดยคงพื้นที่ให้เราและคู่ของเราได้ใช้ชีวิตในแบบที่ชอบก็สำคัญมากเช่นกัน ความสัมพันธ์คงไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวหรือคำตอบเพียงข้อเดียวอย่างแน่นอน ดังนั้นการรู้จักตัวเองอาจเป็นจุดเริ่มต้นในการค้นหาว่าใครกันจะสามารถใช้ชีวิตอยู่กับเราได้อย่างสบายใจได้ในระยะยาว

สล็อตเว็บตรง

ทำความรู้จัก “มีดทำครัวญี่ปุ่น” แต่ละชนิด พร้อมวิธีการเลือกใช้อย่างถูกต้อง

ในการทำอาหาร แน่นอนว่าการเลือกวัตถุดิบที่ได้คุณภาพเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้รสชาติอาหารของเราอร่อยถูกปากมากขึ้น แต่รู้หรือไม่ว่าการเลือกอุปกรณ์ทำครัวอย่างเช่น “มีด” ก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่น้อย เพราะการเลือกใช้มีดที่เหมาะสมกับชนิดของวัตถุดิบจะสามารถช่วยคงความสดและคุณภาพของวัตถุดิบไว้ได้ หนึ่งในมีดที่ได้รับการยอมรับว่ามีคุณภาพสูงจากคนรักการทำอาหารก็คือ “มีดทำครัวญี่ปุ่น” เราไปดูกันดีกว่าว่ามีดทำครัวญี่ปุ่นหลัก ๆ มีกี่ชนิด และมีดชนิดไหนเหมาะกับการใช้งานประเภทไหนกันบ้าง

ชนิดของมีดทำครัวญี่ปุ่น

โดยปกติมีดที่คนญี่ปุ่นใช้กันทั่วไปจะแบ่งได้เป็น 2 ชนิดใหญ่ ๆ คือ “มีดทำครัวของญี่ปุ่น” กับ “มีดสไตล์ตะวันตก” แต่คราวนี้เราจะขอแนะนำโดยเน้นไปที่มีดทำครัวญี่ปุ่นชนิดหลัก ๆ ที่คนญี่ปุ่นใช้กันทั่วไปนะคะ ซึ่งแต่ละชนิดก็มีจุดเด่น และลักษณะเฉพาะตัวที่เหมาะกับการนำไปใช้ตัด หั่น วัตถุดิบชนิดต่าง ๆ ที่แตกต่างกันไป ดังต่อไปนี้

Yanagiba

 

มีดชนิดแรกที่จะนำมาแนะนำก็คือ มีด Yanagiba (柳刃) มีดที่มีลักษณะเรียวยาว ปลายแหลม เป็นมีดที่เหมาะสำหรับใช้หั่นปลาดิบหรือซาชิมิ เพื่อให้สามารถหั่นชิ้นปลาได้อย่างสวยงามภายในการลงมีด 1 ครั้ง ตัวใบมีดจึงจำเป็นต้องมีความยาว และปลายมีดจึงมีลักษณะเรียวแหลมเพื่อลดแรงเสียดทานให้ได้มากที่สุด ความยาวของมีด Yanagiba จะอยู่ที่ประมาณ 21-24 ซม. สำหรับใครที่ต้องการแล่เนื้อปลาสำหรับทำซาชิมิให้ขาดภายในครั้งเดียว ขอแนะนำให้เลือกมีด Yanagiba ที่มีความยาวอยู่ที่ 24 ซม. ถือเป็นมีดชนิดที่เชฟอาหารญี่ปุ่น หรือคนที่ชอบทำซาชิมิ ซูชิ ควรมีติดตัวไว้สักหนึ่งเล่ม

Deba

มีด Deba (出刃) เป็นมีดที่ค่อนข้างสารพัดประโยชน์ เหมาะกับทั้งใช้หั่นปลาและไก่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหมาะกับใช้ในการหั่นกระดูก มีดชนิดนี้มีใบมีดค่อนข้างหนาและมีน้ำหนัก เพื่อให้สามารถหั่นกระดูกที่มีความแข็งได้ เป็นมีดที่เหมาะสำหรับการใช้ในบ้าน ใช้ในครัวเรือน ไม่เหมาะกับการนำไปปิกนิกหรือพกไปใช้งานนอกบ้าน โดยความยาวของใบมีดที่เหมาะสมสำหรับการใช้หั่นแล่เนื้อปลาในครัวเรือนจะอยู่ที่ประมาณ 15 ซม.

Usuba

มีดชนิดต่อมาก็คือ Usuba (薄刃) เป็นมีดที่เหมาะสำหรับใช้หั่นผัก มีด Usuba ของคนคันโตและคันไซมีรูปทรงของใบมีดแตกต่างกัน โดยฝั่งคันโตจะมีใบมีดเป็นทรงสี่เหลี่ยม ส่วนฝั่งคันไซใบมีดจะมีลักษณะปลายโค้งแหลม เหมาะกับการใช้ปอกเปลือกผักชนิดต่าง ๆ ความยาวของใบมีดที่เหมาะกับการใช้ในครัวเรือนอยู่ที่ประมาณ 19.5 ซม. นอกจากจะเหมาะกับการใช้ปอกเปลือกแล้ว ยังเหมาะกับการใช้ตัดหรือหั่นผักที่มีลักษณะแข็งและยาวได้เป็นอย่างดี

Nakiri

 

มีด Nakiri (菜切り) ก็เป็นมีดอีกชนิดหนึ่งที่เหมาะสำหรับการใช้หั่นผัก สิ่งที่แตกต่างกับมีด Usuba ก็คือ ใบมีดของมีด Nakiri เป็นใบมีดที่มีด้านคมทั้งสองฝั่ง ทำให้สามารถหั่นผักได้ตรง และก็เหมาะสำหรับคนทั่วไป ไม่จำเป็นต้องมีทักษะในการใช้มีดมาก

Takohiki

 

 

มีด Takohiki (蛸引き) มีดชนิดนี้เหมาะสำหรับการหั่นปลา หั่นซาชิมิเหมือนกับมีด Yanagiba จุดเด่นของมีชนิดนี้ก็คือ ปลายของใบมีดที่มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม มีดชนิดนี้ได้รับความนิยมในแถบคันโต สำหรับคนคันโตแล้ว หากพูดถึงมีดสำหรับหั่นปลาทำซาชิมิ จะต้องนึกถึงมีดชนิดนี้เป็นอันดับแรก

Unagisaki

 

มีดทำครัวญี่ปุ่นชนิดสุดท้ายที่นำมาแนะนำในครั้งนี้ก็คือ มีด Unagisaki (鰻裂き) หรือก็คือมีดสำหรับแล่ปลาไหลนั่นเอง สำหรับวิธีการหั่นปลาไหลของคนคันโตจะแล่เปิดหลังปลา ส่วนคนคันไซจะแล่จากบริเวณท้องปลา ทำให้ลักษณะของใบมีดที่ใช้ไม่เหมือนกันค่ะ

เป็นไงบ้างคะสำหรับมีดทำครัวชนิดต่าง ๆ ที่เราเอามาแนะนำ ไม่คิดเลยนะคะว่ามีดที่ก็ดูไม่น่าจะต่างกันสักเท่าไร กลับมีลักษณะเฉพาะตัวที่ได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดี เพื่อให้เหมาะสมกับวัตถุดิบชนิดต่าง ๆ นั่นเป็นเพราะชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าอุปกรณ์สำหรับทำอาหารก็คือกุญแจสำหรับที่จะทำให้ได้อาหารรสเลิศที่สุด และยังจะต้องเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้งานได้มากที่สุดอีกด้วย สำหรับใครที่กำลังมองหามีดทำครัวดี ๆ สักอัน หวังว่าคุณจะได้เจอมีดเล่มใบที่ถูกใจ และเหมาะกับวัตถุประสงค์ในการใช้ที่สุดนะคะ

UFABET เว็บตรง

อย่าทำให้น้องแมวโกรธ ไม่งั้นอาจเจอสีหน้าที่คุณทาสจะไม่มีวันลืม!

กิจวัตรประจำวันหนึ่งสำหรับคนรักสัตว์ทั้งหลายเห็นจะหนีไม่พ้นการโพสต์ภาพสัตว์เลี้ยงแสนรักในอิริยาบถต่าง ๆ และหลากหลายภาพก็ล้วนแต่น่ารักน่าเอ็นดูกันทั้งนั้น

มาดูผู้ใช้ทวิตเตอร์ชื่อ @KOHAKU_CHACHA ซึ่งชื่นชอบการไลฟ์ภาพแมวโปรดสองตัวของเธอ พร้อมกับคอยบอกเล่าเสมอว่าในแต่ละวันเจ้าสองตัวนั้นทำอะไรกันบ้าง

ตัวหนึ่งคือลูกแมวชื่อ ชาชา แมวน้อยกะเร่อกะร่าที่ปราดเปรียวปรูดปราด แทบอยู่ไม่นิ่งเอาเสียเลย ถึงอยู่ในห่อผ้านุ่ม ๆ ก็ยังกระโดดไปกระโดดมาตามภาพที่เห็นในวิดีโอ

 

ส่วนอีกตัวหนึ่งเป็นแมวโตแล้ว พันธุ์สก็อตทิชโฟลด สีขาวแต้มเทา หูพับชี้ขนานกับพื้น หน้ากลม ชื่อเจ้าโคฮาคุ ในวิดีโอมันนั่งอ้าปากแลบลิ้นรอรับน้ำพุอย่างกระหายก่อนทำสีหน้าสบายอารมณ์

 

แต่มาวันหนึ่งเจ้าโคฮาคุกลับมีสีหน้าที่ยากจะบรรยาย เรื่องมีอยู่ว่า มันถูกขังในตู้เสื้อผ้าด้วยความบังเอิญแท้ๆ แต่โคฮาคุไม่เข้าใจคำว่า “ด้วยความบังเอิญ” แน่ๆ พอเจ้าของปล่อยออกมาใบหน้าของโคฮาคุตัวเดิมจึงหายไปทันที

กลายเป็นหน้าบูดได้ขนาดนี้

กล้าดียังไง? ไม่มีวันที่ฉันจะยกโทษหรือให้อภัย และอย่าหวังว่าจะลืมนะ… ฮึ! (คำพูดในใจของโคฮาคุ)

 

 

ลองทายกันว่ามันไปหายโกรธเอาตอนไหน (คงไม่เกินมื้อค่ำละมั้ง) งานนี้เจ้าของแมวทั้งขำทั้งสงสาร ก็หัวเราะสีหน้าบึ้งบูดของมันนั่นแหละ พอแชร์ภาพไปในโลกออนไลน์ ก็มีแฟนคลับแมวส่งภาพแมวของตนเองเวลาโกรธมาให้ดูบ้าง เป็นภาพแมวดำที่ติดอยู่ในลังกระดาษ โผล่ออกมาแค่คอ สีหน้าเซ็งสนิท (นี่โกรธนะ) บูดบึ้งน้องๆเจ้าโคฮาคุนิดหน่อย

 

แต่แมวคงไม่โกรธนานเหมือนกับคน เพราะหลังจากวันนั้น ภาพของเจ้าโคฮาคุก็ยังคงเป็นแมวหน้ากลมหูพับที่น่ารักเช่นเดิม ไม่แน่ใจว่าถ้าทำให้โกรธซ้ำอีก คราวนี้มันจะบูดบึ้งขนาดไหน ดังนั้น ก่อนออกจากห้อง โปรดสำรวจภายในให้ดีก่อนปิดประตูนะจ๊ะ

UFABET เว็บตรง

เมื่อฉันถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าร้าน เพียงเพราะฉันไม่สามารถสวมหน้ากากอนามัยได้

สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ในประเทศญี่ปุ่นยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลายลง บรรดาห้างสรรพสินค้า ร้านค้า และร้านอาหาร ต่างพากันออกกฎเหล็กให้ลูกค้าที่จะเข้ามาใช้บริการต้องสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ แต่ดูเหมือนว่าการออกกฎเหล็กเช่นว่านั้นได้ส่งผลกระทบต่อการใช้บริการของคนกลุ่มหนึ่งซึ่งไม่สามารถสวมหน้ากากอนามัยได้เหมือนอย่างคนปกติทั่วไปเพราะเหตุผลทางด้านสุขภาพ

ผู้ที่มีภาวะความรู้สึกมากเกิน (Hyperesthesia) กับการเป็นตัวตลกในสังคมยุคโควิด

M ซัง นักสังคมสงเคราะห์สุขภาพจิตของหน่วยงานแห่งหนึ่งในจังหวัดไอจิ ได้เปิดเผยว่า A ซัง คนไข้ที่อยู่ในความดูแลของเขามาตลอดระยะเวลา 7 ปี เป็นผู้ป่วยที่มีภาวะความรู้สึกมากเกิน (Hyperesthesia) ทำให้เขาไม่สามารถสวมหน้ากากอนามัยได้เหมือนกับคนปกติทั่วไป ทำได้เพียงแค่สวม Face shield เท่านั้น

แต่เนื่องจากปัจจุบันผู้คนในสังคมล้วนแต่สวมหน้ากากอนามัยด้วยกันทั้งสิ้น ทำให้ A ซัง ที่สวม Face shield อยู่เพียงลำพังมักตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนรอบข้างอยู่เสมอ บางครั้งก็ถูกหัวเราะเยาะ หรือบางครั้งก็ถูกคนแปลกหน้าพูดด้วยท่าทีเยาะเย้ยว่า สวมหน้ากากอนามัยดีกว่ามั้ย ? ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ A ซัง ต้องใช้ชีวิตในแต่ละวันด้วยความทุกข์ทรมานอย่างมาก

หมายเหตุ : ภาวะความรู้สึกมากเกิน (Hyperesthesia) คือ ภาวะที่ร่างกายมีความรู้สึกที่ไวมากกว่าปกติต่อสิ่งกระตุ้น หรือตัวกระตุ้น เช่น การสัมผัส การได้ยิน ความเจ็บปวด เป็นต้น กรณีของ A ซัง ผู้เขียนเข้าใจว่าการสวมหน้ากากอนามัยอาจส่งผลให้ A ซัง รู้สึกเจ็บปวดบริเวณหูหรือผิวหน้า เนื่องจากมีประสาทสัมผัสของผิวหนังที่ไวต่อความรู้สึกเจ็บปวดมากกว่าคนปกติ

ถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าร้านเพราะไม่สามารถสวมหน้ากากอนามัยได้

วันหนึ่งในขณะที่ M ซัง กำลังจัดทำเอกสารสรุปการปฏิบัติหน้าที่ประจำวันอยู่นั้น A ซัง ได้วิ่งเข้ามาหาพร้อมทั้งร้องไห้สะอึกสะอื้น เมื่อ M ซัง ได้ถามไถ่เรื่องราวที่เกิดขึ้นก็ได้ทราบว่า A ซัง ได้พยายามที่จะเข้าไปซื้อเสื้อผ้าในร้านค้าแห่งหนึ่ง แต่กลับถูกพนักงานปฏิเสธไม่ให้เข้าร้านเพราะ A ซัง ไม่ได้สวมหน้ากากอนามัย แม้ในขณะนั้นเธอจะสวม Face shield อยู่ และได้พยายามอธิบายต่อพนักงานว่าตัวเองมีภาวะความรู้สึกมากเกินจึงสวมหน้ากากอนามัยไม่ได้ แต่เนื่องจากกฎของร้านที่บังคับให้ลูกค้าที่จะเข้ามาใช้บริการต้องสวมหน้ากากอนามัย จึงทำให้พนักงานจำเป็นต้องปฏิเสธไม่ให้ A ซัง เข้าใช้บริการ

M ซัง เล่าต่อว่า จริงๆ แล้ว A ซัง ไม่ได้อยากเปิดเผยเรื่องอาการป่วยของตัวเองต่อหน้าคนที่ไม่รู้จัก แต่เพราะ A ซัง อยากจะเข้าไปซื้อเสื้อผ้าในร้านจริงๆ จึงจำใจต้องบอกกับพนักงานร้านไปตรงๆ แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าร้านอยู่ดี จึงทำให้ A ซัง รู้สึกเสียใจ และเป็นกังวลจนไม่สามารถคิดหาทางแก้ไขปัญหาได้

หลังจากที่ M ซัง ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้ว เข้าจึงตัดสินใจโทรไปยังร้านค้าที่ปฏิเสธไม่ให้ A ซัง เข้าไปซื้อสินค้าในร้าน เพื่อพูดคุยและอธิบายให้ทางร้านได้รับทราบและเข้าใจถึงอาการป่วยของ A ซัง หลังจากนั้นประมาณ 30 นาที ก็ได้รับการติดต่อกลับมาว่า ทางร้านยินดีให้ A ซัง เข้าไปซื้อสินค้าภายในร้านได้

ไม่ได้เห็นแก่ตัวและไม่ได้ต้องการแหกกฎของสังคม

จากเรื่องราวดังกล่าว นับว่า A ซัง ยังโชคดีที่มีผู้คอยให้การช่วยเหลือและสนับสนุนอยู่ใกล้ตัวจึงทำให้สามารถช่วยกันคิดหาหนทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ แต่ก็มีความเป็นไปได้ว่าเหตุการณ์เช่นนี้อาจกำลังเกิดขึ้นกับร้านค้าอื่นๆ โดยที่เราไม่รู้เช่นกัน

 

หากเราลองมองโลกให้กว้างขึ้นก็จะพบว่าการที่ใครสักคนไม่สวมหน้ากากอนามัย มันไม่ได้หมายความว่าเขาเหล่านั้นเป็นคนเห็นแก่ตัวหรือจงใจจะทำผิดกฎของสังคมเสมอไป แต่อาจจะมีเหตุผลบางอย่างที่เราไม่สามารถรับรู้ได้ด้วยตาเปล่า ดังนั้น เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจึงมีกลุ่มองค์กรที่คอยช่วยจัดทำสติ๊กเกอร์หรือตราสัญลักษณ์เพื่อแสดงให้ผู้พบเห็นทราบว่าบุคคลผู้นี้เป็นผู้มีความบกพร่องทางร่างกาย จึงไม่สามารถสวมหน้ากากอนามัยได้ แม้ความจริงแล้วจะไม่มีใครอยากเปิดเผยให้คนแปลกหน้ารู้ถึงความบกพร่องของตนเองก็ตาม

มนุษย์โดยทั่วไปเมื่อต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก ความมีน้ำใจ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ที่มีต่อกันก็มักจะลดน้อยลงเสมอ แต่ทว่า ในเวลานี้เรากำลังเผชิญหน้ากับการแพร่ระบาดอย่างรุ่นแรงของเชื้อไวรัส COVID-19 ซึ่งไม่เคยมีใครพบเจอมาก่อน เพื่อที่จะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน เราจึงควรหันมาตระหนักและใส่ใจถึงความรู้สึกของผู้ที่ได้รับผลกระทบให้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกายที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

สล็อตเว็บตรง

มาอ่านคำทำนายฝันเกี่ยวกับแมวเหมียวฉบับคนญี่ปุ่นกันเถอะ !

เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายท่านคงจะเคยฝันเห็นแมวเหมียวกันมาบ้างไหมใช่ไหมครับ บางท่านก็คงแอบไปเปิดตำราทำนายฝันเพื่อดูว่าการที่เราฝันเห็นน้องแมวลักษณะนี้มันมีความเป็นไปได้ว่าชีวิตเราอาจต้องประสบพบเจอกับเหตุการณ์อะไรบ้าง ยิ่งไปกว่านั้น บางตำราก็อาจตีลักษณะของน้องแมวเป็นเลขเด็ดเพื่อให้คอหวยทั้งหลายลองไปเสี่ยงโชคกันได้ตามอัธยาศัย… ว่าแต่เพื่อนๆ รู้ไหมว่าประเทศญี่ปุ่นเองก็มีการทำนายฝันเกี่ยวกับน้องแมวเหมือนกันนะ ดังนั้นวันนี้ เราจะไปดูกันว่าคนญี่ปุ่นเค้าทำนายฝันเกี่ยวกับน้องแมวไว้อย่างไรบ้าง

ฝันเห็นแมวขาว

หากท่านฝันว่ากำลังเล่นหยอกล้อกับแมวขาว ขอทำนายว่าท่านจะมีความสุขในเรื่องของความรัก และยังมีโชคลาภด้านเงินทองอีกด้วย

หากท่านฝันเห็นแมวขาวมีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ และมีขนเงางามเป็นประกาย ขอทำนายว่าดวงชะตาของท่านกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น ไม่ว่าลงมือทำอะไรก็มีโอกาสประสบความสำเร็จสูง

หากท่านเป็นผู้หญิงและฝันเห็นลูกแมวสีขาว ขอทำนายว่าในอีกไม่ช้าอาจจะมีชีวิตใหม่ถือกำเนิดขึ้นในท้องของท่าน

หากท่านฝันเห็นแมวขาวที่กำลังนอนหลับอย่างมีความสุข ขอทำนายว่า เป้าหมายหรือเรื่องที่คาดหวังไว้ จะประสบความสำเร็จในเร็ววัน

ฝันเห็นแมวดำ

หลายท่านอาจคิดว่าแมวดำคือสัญลักษณ์แห่งความโชคร้าย แต่ถ้าใครฝันเห็นแมวดำล่ะก็ขอบอกเลยว่าลัคกี้สุดๆ

หากท่านฝันเห็นแมวดำที่มีรูปลักษณ์สวยงาม ขอทำนายว่าในเวลานี้หากท่านลงมือทำเรื่องต่างๆ อย่างเอาจริงเอาจัง ท่านจะประสบความสำเร็จในเรื่องเหล่านั้น

หากท่านฝันเห็นแมวดำเพียงชั่วครู่ แล้วก็หายวับไปกับตาโดยไม่ได้สัมผัสจับต้องกันแม้แต่น้อย ขอทำนายว่าความทุกข์และความไม่สบายใจต่างๆ จะคลี่คลายลง

แต่หากท่านฝันเห็นแมวดำที่ดูท่าทางดุร้าย ขอทำนายว่าท่านอาจต้องพบเจอกับคนที่รู้สึกไม่ดีกับท่าน และตัดสินท่านเพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอก จึงขอแนะนำให้ท่านแสดงข้อดีที่มีอยู่ในตัวเพื่อเอาชนะใจอีกฝ่ายให้จงได้

ฝันเห็นแมวสามสี

เชื่อกันว่าแมวสามสีคือเทพที่ทำหน้าที่ปกป้องบ้านเรือน ดังนั้นหากฝันเห็นแมวสามสี ขอทำนายว่าแมวตัวนั้นมาเตือนให้ระวังปัญหาใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นกับบ้าน โดยขอให้ระมัดระวังเรื่องฟืนไฟและการลักขโมยเป็นพิเศษ

นอกจากนี้ยังบ่งบอกด้วยว่าจิตใจของท่านดูท่าทางไม่ค่อยสงบเท่าไรนัก หากท่านยังค้นหาสิ่งที่ตัวเองอยากทำไม่พบ หรือยังไม่พบเจอเนื้อคู่ ขอให้โฟกัสกับเรื่องที่สมควรทำในแต่ละวัน จะช่วยให้ท่านมีโชคลาภค้นพบสิ่งที่ท่านปรารถนา หรือมีวาสนาได้เจอกับคู่ครอง

ฝันเห็นแมวจรจัด

แมวจรจัด คือแมวที่ไม่มีเจ้าของ และไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง หากท่านฝันเห็นแมวจรจัด ขอทำนายว่าจิตใจของท่านกำลังสั่นไหว ไม่มีสติอยู่กับเนื้อกับตัว จึงขอแนะนำให้ค้นหาคนใกล้ตัวที่สามารถเป็นที่พึ่งทางใจของท่านได้ หรือคนที่อยู่ด้วยแล้วรู้สึกสบายใจ จะช่วยให้ท่านมีความรู้สึกมั่นคงทางจิตใจ และกลับมามีสติในการใช้ชีวิตยิ่งขึ้น

ฝันเห็นแมวหลายตัว

หลายท่านอาจคิดว่าการฝันเห็นแมวหลายตัว มันคงให้ความรู้สึกสนุกครื้นเครงแน่ๆ แต่จริงๆ แล้วมันคือลางบอกเหตุว่าท่านอาจต้องประสบกับปัญหาทางการเงิน ดังนั้น จึงควรมองย้อนและสำรวจตรวจสอบการใช้จ่ายของท่านให้ดี เพราะมีความเป็นไปได้ว่าท่านจะสูญเสียเงินทองไปอย่างเปล่าประโยชน์ หรืออาจถูกฉ้อโกงจากพวกมิจฉาชีพ หรืออาจถูกดึงเข้าไปพัวพันเกี่ยวกับปัญหาเรื่องเงินๆ ทองๆ

สำหรับผู้ชายที่ฝันเห็นแมวหลายตัว ขอทำนายว่าท่านมีเกณฑ์จะถูกผู้หญิงหลอก ทำให้เจ็บช้ำใจ

 

สำหรับผู้หญิงที่ฝันเห็นแมวหลายตัว ขอทำนายว่าท่านจะถูกหญิงอื่นที่อยู่รอบกายมองท่านเป็นศัตรู ขอให้ระมัดระวังการกระทำ และกิริยาท่าทางให้ดี

ฝันเห็นแมวคลอเคลีย

ฝันเห็นแมวเข้ามาคลอเคลีย เรียกร้องความสนใจ ขอทำนายว่าท่านกำลังต้องการความรัก และอยากได้รับการยอมรับจากคนรอบข้าง หากมุ่งมั่นตั้งใจที่จะสร้างความสัมพันธ์อันดีกับคนรอบข้าง ก็จะประสบความสำเร็จ ถือได้ว่าเป็นความฝันที่ดีมากๆ ดังนั้น จงอย่ามัวหลงเคลิบเคลิ้มกับแมวที่เข้ามาคลอเคลียในฝัน แต่จงนำผลการทำนายฝันนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับตัวท่านด้วย

ฝันว่าเลี้ยงแมวตัวใหม่

หากท่านฝันว่าได้เลี้ยงแมวตัวใหม่ ขอทำนายว่าจะมีโชคด้านการเงิน นอกจากนี้หากในฝันท่านรู้สึกดีใจที่ได้เลี้ยงแมวตัวใหม่ ขอทำนายว่าท่านมีเรื่องที่น่ายินดีเก็บงำไว้ในใจ และหากท่านอยู่ห่างไกลจากคนรัก ขอทำนายว่าระยะห่างนั้นจะลดน้อยลง

แต่หากท่านฝันว่าเลี้ยงแมวตัวใหม่อย่างไม่เต็มใจ ขอทำนายว่าท่านกำลังแบกรับความทุกข์ที่ไม่สามารถพูดให้ใครฟังได้ จึงขอแนะนำให้ลองหาโอกาสพูดคุยกับคนที่ไว้เนื้อเชื่อใจได้เพื่อระบาย และผ่อนคลายความทุกข์ที่อยู่ในส่วนลึกของจิตใจ

ฝันว่าคุยกับแมว

หากฝันเห็นแมวพูดคุยกับท่านด้วยภาษามนุษย์ ขอให้นึกให้ออกว่าแมวตัวนั้นพูดกับท่านว่าอย่างไร เพราะสิ่งที่แมวตัวนั้นพูด จริงๆ แล้วมันคือคำแนะนำที่ท่านสามารถนำไปปรับใช้กับชีวิตจริงได้ หรือหากพูดอีกแง่ก็คือ คำพูดของแมวในฝันนั้น คือวิธีการที่จะช่วยให้ท่านแก้ไขความทุกข์และปัญหาต่างๆ ที่ท่านกำลังพบเจอนั่นเอง และสำหรับท่านที่ฝันว่าได้พูดคุยกับแมวอย่างเฮฮาสนุกสนาน ขอทำนายว่าโชคลาภจำนวนมากกำลังจะมาเยือนท่านในไม่ช้า

สล็อตเว็บตรง

คนญี่ปุ่นบางส่วนชอบใช้ตะเกียบทานสปาเก็ตตี้ จริงหรือ??

อาหารประเภทพาสต้าเป็นที่นิยมในญี่ปุ่นอยู่พอตัว โดยเฉพาะสปาเก็ตตี้ที่จะคุ้นเคยกันเป็นพิเศษและมักทานโดยการใช้ส้อม แต่มันเป็นปัญหาสำหรับคนที่ใช้ตะเกียบเป็นหลักอย่างคนญี่ปุ่นหรือเปล่านะ ?

เว็บไซต์ Sirabee ทำการสำรวจหนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นทั่วประเทศในวัย 10 – 60 ปี จำนวน 410 คนเกี่ยวกับการทานเส้นพาสต้า มีผู้ตอบแบบสอบถาม 39.4% ที่ตอบว่า “จริง ๆ แล้ว อยากทานเส้นพาสต้าด้วยตะเกียบ”

ในจำนวนนี้ เมื่อแบ่งตามเพศ เพศหญิงมีเพียง 33.5% และเพศชายมี 46.9% ซึ่งสูงกว่าเพศหญิง ทั้งยังมีเปอร์เซ็นต์สูงที่สุดในเพศชายวัย 60 ปี อยู่ที่ 67.6% ในทางกลับกัน เปอร์เซ็นต์ต่ำที่สุดคือเพศหญิงในวัย 20 ปี อยู่ที่ 26.7%

ในญี่ปุ่นมีอาหารประเภทเส้นหลากหลาย ทั้งโซบะ อุด้ง ราเม็ง และยากิโซบะที่ทานด้วยตะเกียบ จึงไม่แปลกที่คนญี่ปุ่นหลาย ๆ คนอาจอยากทานสปาเก็ตตี้ด้วยตะเกียบด้วยเช่นกัน อย่างเช่น จากประสบการณ์ของพนักงานชายวัย 20 ปีที่ทำงานในร้านสะดากซื้อได้เล่าว่า “ลูกค้าที่ซื้อพาสต้าแล้วขอตะเกียบแทนก็มีเยอะอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะลูกค้าสูงอายุหรือคนที่ไม่อยากใช้เวลากินนานเกินไป”

 

ในปี 1976 ร้าน Yomenya Goemon ถือกำเนิดขึ้นในชิบูย่า เป็นร้านพาสต้าอิตาลีร้านแรกที่บุกเบิกการทานสปาเก็ตตี้ด้วยตะเกียบแทนส้อมเพื่อให้ใกล้ชิดกับความเป็นคนญี่ปุ่น ทางร้านใช้วัตถุดิบจากอิตาลีแท้ ๆ แต่มีวิธีการทำที่เป็นเอกลักษณ์และดัดแปลงจนกลายเป็น “สปาเก็ตตี้ญี่ปุ่น” ทำให้คนญี่ปุ่นเอร็ดอร่อยกับเมนูสปาเก็ตตี้และทานได้อย่างถูกปากถูกใจด้วยการใช้ตะเกียบ ซึ่งในปัจจุบันก็มีร้านอาหารหลายแห่งที่เริ่มทำสปาเก็ตตี้แบบญี่ปุ่นและทานด้วยตะเกียบเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปแล้วคนญี่ปุ่นก็นิยมทานเส้นพาสต้าด้วยส้อมมากกว่า อย่างเช่น หากไปซื้อพาสต้าที่ร้านสะดวกซื้อ พนักงานก็จะให้ส้อมแทนตะเกียบ นอกจากนี้ สำหรับผู้หญิงแล้วส่วนใหญ่จะเลือกใช้ส้อมมากว่า อย่างเช่นพนักงานบริษัทสาวในวัย 20 ปี เธอกล่าวว่า “ตั้งแต่จำความได้ ฉันก็โตมากับการกินสปาเก็ตตี้ด้วยส้อมมาตลอด พอกินด้วยตะเกียบ ซอสก็จะเปื้อนปากและเลอะเสื้อผ้าไปหมด”

 

และผู้หญิงวัย 50 ปีก็แสดงความคิดเห็นว่า “ถ้าให้เลือกก็ใช้ส้อม เพราะม้วนทีเดียวก็กินคำใหญ่ ๆ ได้ แต่ถ้าใช้ตะเกียบจะคีบคำใหญ่ขนาดนั้นไม่ได้ อีกอย่าง ถ้าไม่ใช่ร้านที่กินด้วยตะเกียบโดยเฉพาะ ก็กังวลกับเสียงสูดเส้นด้วยเหมือนกัน”

น่าสนใจเหมือนกันนะคะที่เห็นว่าก็มีคนญี่ปุ่นบางส่วนอยากทานสปาเก็ตตี้ด้วยตะเกียบ อาจจะด้วยความเคยชินหรือความถนัดมือที่ทำให้ทานได้อร่อยปากและรวดเร็วกว่า แต่การทานในร้านอาหารซึ่งเป็นที่สาธารณะก็คงต้องรักษามารยาทกันสักหน่อย เพราะการใช้ตะเกียบทานและสูดเส้น ก็อาจทำให้ซอสกระเด็นเลอะเทอะได้

ไม่ว่าจะทานด้วยวิธีแบบไหนก็ไม่มีผิดไม่มีถูก ทุกคนก็อยากทานในสไตล์ที่ตัวเองชอบ อย่างตัวผู้เขียนเองเวลาที่ทานอาหารประเภทเส้นก็ถนัดใช้ช้อนส้อมมากกว่าเพราะถนัดกว่า ทานได้เร็วและคำใหญ่กว่า55555 แต่หากเราเดินทางไปในต่างที่ต่างถิ่นที่มีวิธีการทานที่แตกต่างไปจากเรา เข้าเมืองตาหลิ่วก็อาจจะต้องหลิ่วตาตามสักหน่อยนะคะ ^^

UFABET เว็บตรง

ทายนิสัยจากกรุ๊ปเลือด แต่ละกรุ๊ปเลือกขนมแบบไหนเป็นรางวัลให้ตัวเอง ?

หลังจากการทำงานอันแสนเหน็ดเหนื่อย หลาย ๆ คนน่าจะอยากหาของหวานทานเพิ่มพลังและเป็นเหมือนรางวัลแห่งความเหนื่อยยากให้ตัวเองโดยไม่ต้องสนเรื่องความอ้วนหรือแคลอรี แต่ละกรุ๊ปเลือดจะเลือกขนมของหวานแบบไหนเพื่อเป็นรางวัลให้กับตัวเองบ้าง ลองไปดูกันเลย!

กรุ๊ป A.. สั่งจากร้านขนมเก่าแก่

ชาวกรุ๊ป A ชอบความรู้สึกที่มั่นคงและน่าเชื่อถือ ถ้าร้านไหนที่เขาว่า “ช่วงนี้กำลังฮิต” หรือ “เป็นร้านใหม่ยอดนิยม” รับรองว่าไม่ได้กินเงินคนกรุ๊ปนี้แน่ แต่ถ้าเป็นร้าน “เก่าแก่” หรือ “พื้นบ้าน” จะรู้สึกประทับใจอย่างแรง ถ้าจะให้รางวัลตัวเอง คนกรุ๊ป A จะเลือกร้านขนมเก่าแก่หรือร้านที่อยู่มานาน แล้วก็ต้องเลือกขนมที่ขายดีที่สุดในร้าน สั่งให้มาส่งที่บ้านเท่านั้น

กรุ๊ป B.. ต่อแถวซื้อขนมลิมิเต็ด

ชาวกรุ๊ป B เป็นพวกที่อยากได้อะไรต้องได้ เป็นคนอยู่ไม่สุข ชอบออกไปไหนมาไหนบ่อย ๆ อยู่แล้ว จึงออกไปซื้อขนมได้โดยไม่เกี่ยง โดยเฉพาะขนมที่เขาว่า “หายาก” “จำกัด” คนกรุ๊ปนี้จะแพ้ตลอด ต่อให้ต้องไปยืนต่อแถวยาวเหยียดก็ไม่หวั่น เมื่อได้ขนมที่แสนวิเศษและจำนวนจำกัดมาแล้วก็จะรู้สึกถึงความสำเร็จและพึงพอใจกว่าเดิมเป็นเท่าตัว

กรุ๊ป O.. ไปกินบุฟเฟ่ต์ขนมหวาน

ชาวกรุ๊ป O ดูเป็นคนง่าย ๆ สบาย ๆ แต่ก็อยู่กับความเป็นจริงและมีลักษณะนิสัยที่ร้อนแรง ถ้าเป็นบุฟเฟ่ต์ขนมหวานก็จะสามารถกินของที่ชอบได้มากเท่าที่ต้องการ ตักเค้กและผลไม้ที่ชื่นชอบให้เต็มจานโดยไม่ต้องแคร์สายตาใคร คนกรุ๊ปนี้มั่นใจในความแข็งแกร่งของร่างกาย จึงคิดว่าจะกินจนอิ่มได้ทันเวลาแน่นอน

กรุ๊ป AB.. Afternoon Tea ที่คาเฟ่สวย ๆ

 

ชาวกรุ๊ป AB เป็นพวกชื่นชอบหลงใหลในของสวย ๆ งาม ๆ จึงมักจะเลือกขนมที่รูปลักษณ์มากกว่ารสชาติ ต้องเลือกร้านคาเฟ่สวย ๆ ที่เป็นที่นิยม สั่ง Afternoon Tea 3 ชั้นที่ประดับไปด้วยเค้กกับแซนด์วิชชิ้นจิ๋วและผลไม้อย่างสวยงาม ชนิดที่ว่าสวยจนไม่กล้ากินเลยทีเดียว แค่ได้เห็นก็คือฟินแล้ว

เวลาที่เหนื่อยมาก ๆ เป็นธรรมดาที่ร่างกายจะอยากของหวาน การกินของหวานเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยให้ผ่อนคลายและมีความสุข ลืมเรื่องไดเอทไปก่อน และให้รางวัลตัวเองเป็นขนมหวานแสนอร่อยบ้าง ^^

UFABET เว็บตรง

5 สิ่งของควรทิ้ง ยิ่งเพิ่มโชคการเงิน

ยิ่งใช้เวลาอยู่กับบ้านมากเท่าไหร่ เราจะค้นพบว่ามีของเก่าที่เราไม่ใช้อยู่เยอะมากกก จะเก็บทิ้งก็ทั้งเหนื่อยทั้งเสียดาย แต่การโละทิ้งของเก่าที่ไม่ใช้แล้วจะช่วยเพิ่มโชคลาภทางการเงินได้ด้วย! หากรู้สึกว่ามีค่าใช้จ่ายเยอะ เก็บเงินไม่อยู่ อาจเป็นเพราะของเหล่านั้นก็เป็นได้ งั้นเราไปดูกันว่าของแบบไหนที่ควรทิ้งบ้าง

พรมปูพื้น

พรมปูพื้น

โชคการเงินจะเข้ามาทางเท้า ดังนั้นสิ่งที่ควรทิ้งเป็นอย่างแรกก็คือ พรมปูพื้นหรือพรมเช็ดเท้าต่าง ๆ ถ้าพรมเก่าและสภาพแย่ โชคการเงินจะไม่เข้ามา แถมยังทำให้เกิดเรื่องไม่ดีต่าง ๆ ได้อีกด้วย ตัวอย่างเช่น หากพรมปูพื้นในครัวเก่า จะใช้ของสิ้นเปลืองมากขึ้น หากพรมชักโครกเก่า ครอบครัวจะป่วยง่ายและต้องเสียค่ารักษา หากพรมเช็ดเท้าตรงที่อาบน้ำเก่า ความสัมพันธ์ของสามีภรรยาจะแย่ลง สำหรับใครที่ต้องการซื้อพรมใหม่ แนะนำว่าพรมในครัวควรเป็นสีเหลือง ส่วนพรมในห้องน้ำควรเป็นโทนม่วง-ชมพู

ของที่เคยใช้แล้วเกิดเรื่องไม่ดี

เสื้อผ้า

สิ่งที่ควรทิ้งต่อมาก็คือของที่เคยใช้แล้วเกิดเรื่องไม่ดี เช่น ชุดที่ใส่แล้วเจอคนที่ไม่อยากเจอ กระเป๋าที่ใช้แล้วเคยทำกระเป๋าสตางค์หาย ต่างหูที่ใส่แล้วเคยเกิดอุบัติเหตุตอนขับรถ เมื่อมีสิ่งที่ไม่พึงปรารถนาหรือโชคร้ายเกิดขึ้น หากยังใช้อยู่หรือยังเก็บไว้ โชคร้ายก็จะยังติดตัวอยู่ต่อไป ควรทิ้งไปเพื่อไม่ลากให้โชคร้ายติดตัว แนะนำให้โรยเกลือหยาบและพรมเหล้าสาเกลงไปด้วย จะสามารถขจัดโชคร้ายออกไปได้

รองเท้า

รองเท้า

ดังที่กล่าวไปว่าโชคการเงินจะเข้ามาทางเท้า สิ่งที่ควรให้ความสำคัญอีกอย่างก็คือรองเท้า หากส้นรองเท้าสึกหรือรองเท้าหนังเริ่มเสียหาย ควรรีบนำไปซ่อมแซมให้เรียบร้อย หรือหากไม่ซ่อมก็ควรทิ้งไป อย่าสวมรองเท้าเก่าหรือทิ้งไว้ในตู้รองเท้าจนลืม โชคการเงินจะไม่เข้าหา

ของแบรนด์เนมตกรุ่น

ของแบรนด์เนม

สิ่งของบางอย่างเราก็รู้สึกไม่อยากทิ้ง อย่างสินค้าแบรนด์เนมตกยุคที่ถูกหมกอยู่ในตู้ด้วยเหตุผลว่าเป็นของแพง จะทิ้งก็เสียดาย อาจจะเอามาใช้อีก แต่การยิ่งเก็บไว้นาน โชคการเงินก็จะลดลงเรื่อย ๆ เช่นกัน ยิ่งเป็นสิ่งของมีราคาแพงและมีขนาดใหญ่เท่าใด ก็ยิ่งกำจัดโชคร้ายได้มากขึ้นเท่านั้น หากมันเป็นของเก่าแล้วก็ควรตัดใจทิ้งไป

ของประดับตกแต่งวันปีใหม่

 

ในเทศกาลอื่น ๆ สามารถใช้ของประดับตกแต่งชิ้นเดิมได้ทุกปี แต่สำหรับเทศกาลปีใหม่ ไม่แนะนำให้ใช้ของประดับตกแต่งของปีก่อน ๆ ควรใช้ของชิ้นใหม่ ๆ โดยปกติแล้วคนญี่ปุ่นจะวางของตกแต่งบ้านในช่วงปีใหม่ไว้จนถึงวันที่ 7 มกราคม แล้วนำไปเผาที่ศาลเจ้าใกล้บ้านเพื่อปัดเป่าเรื่องร้าย ๆ จากปีที่ผ่านมา โชคดีจะได้ไหลมาเทมารวมถึงโชคการเงินด้วย

ของต้องห้ามทิ้ง! กระเป๋าสตางค์ใบเก่า

ตามหลักฮวงจุ้ย กระเป๋าสตางค์จะมีอายุการใช้งาน 3 ปี เมื่อใช้ครบ 3 ปีก็ควรเปลี่ยนเป็นใบใหม่ แต่อย่าทิ้งใบเก่า เพราะความทรงจำของโชคการเงินยังคงอยู่ในกระเป๋าใบเก่า ให้นำไปห่อด้วยผ้าสีม่วงแล้วเก็บไว้ที่กลางบ้านหรือในห้องที่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือ จะช่วยเสริมกำลังให้โชคการเงินได้

ตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว การเก็บของที่ไม่ได้ใช้ถือเป็นการเก็บโชคเก่า แม้ว่าจะมีไอเท็มนำโชคมากมายหรือใส่เสื้อสีมงคล แต่หากยังมีสิ่งของเก่า ๆ ที่ไม่จำเป็น โชคเก่าก็ยังขวางทาง พลังแห่งโชคใหม่ ๆ ก็จะไม่เกิดผล โชคการเงินจึงไม่เข้ามา การเก็บกวาดทำความสะอาดหรือโละของเก่า ๆ ทิ้งไป นอกจากจะทำให้บ้านสะอาด ไม่รกหูรกตาแล้ว ยังช่วยในเรื่องโชคการเงินอีกด้วย ^^

UFABET เว็บตรง